วันจันทร์ที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2562

บันทึกครั้งที่ 8


วันพฤหัสบดีที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2562
เวลา (14.30-15.30)

กิจกรรมการเรียนการสอน


👉 อาจารย์ให้นักศึกษาเเต่ละกลุ่มออกมานำเสนองานวิจัย
งานวิจัยมีดังนี้

1. เรื่อง การพัฒนาโปรแกรมการมีส่วนร่วมของผู้ปกครองเพื่อพัฒนานิสัยรักการอ่านของเด็กปฐมวัย

2. เรื่อง การศึกษาผลของการให้การศึกษาแก่ผู้ปกครองในการสอนความคิดรวบยอดทางคณิตศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัย

3. เรื่อง การส่งเสริมความเข้าใจภาษาของเด็กปฐมวัยโดยผู้ปกครองใช้ชุดกิจกรรม"เล่นกับลูกปลูกภาษา"

4. เรื่อง การเสริมพื้นฐานทักษะทางคณิตศาสตร์ของเด็กปฐมวัยโดยผู้ปกครองผ่านชุดกิจกรรม

"สนุกกับลูกรัก"


ความรู้ที่ได้รับ

👉 ได้รู้ตัวอย่างกิจกรรมที่ให้ความรู้แก่ผู้ปกครองของ เเต่ละงานวิจัยที่มีความแตกต่างกัน หลายรูปแบบ ให้ความรู้เเก่ผู้ปกครองด้านใดบ้าง


การประเมิน

ประเมินตนเอง : ตั้งใจเรียน เข้าเรียนตรงเวลา แต่งกายถูกระเบียบค่ะ

ประเมินเพื่อน : เพื่อนๆมีความสุขกับการเรียนเเละนำเสนองานวิจัยค่ะ

ประเมินอาจารย์ : อาจารย์อธิบายตัวอย่างกิจกรรมจากงานวิจัยได้เข้าใจมากขึ้นค่ะ


บันทึกครั้งที่ 7

วันพฤหัสบดีที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2562
เวลา(14.30-15.30)

ความรู้ที่ได้รับ

👉 อาจารย์อธิบายคำศัพท์ที่เกี่ยวข้องกับรายวิชา

👉 อาจารย์อธิบายเนื้อหาหัวข้อ

  • รูปแบบการให้ความรู้ผู้ปกครอง ในสถานศึกษา

👉 รูปแบบการให้ความรู้ผู้ปกครองระดับชั้นเรียน

  • ข่าวสารประจำสัปดาห์เป็นข้อมูลข่าวสารที่ส่งไปถึง ผู้ปกครองเพื่อให้ความรู้เกี่ยวกับกิจกรรมของเด็กที่โรงเรียนและเเนวทางการส่งเสริมการเรียนรู้ให้เด็กที่บ้าน
  • จดหมายข่าวเเละกิจกรรมเป็นการนำเสนอความรู้ให้เเก่ ผู้ปกครอง ในชั้นเรียนให้รับรู้ข่าวสาร กิจกรรมที่น่าสนใจและเป็นประโยชน์ในการพัฒนาเด็ก โดยจัดส่งให้ผู้ปกครองในทุกสัปดาห์
  • การพัฒนารูปแบบการให้ความรู้แก่พ่อแม่ผู้ปกครองในการอบรมเลี้ยงดูเด็กต่ำกว่า 3 ปี ผ่านโรงพยาบาลชุมชนและสถานีอนามัย เป็นโครงการภายใต้งานวิจัยของกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข
  • โครงการ พัฒนาความคิดสร้างสรรค์ในเด็กไทย ดำเนินการโดยสำนักสุขภาพจิต กรมสุขภาพจิต เป็นโครงการที่มุ่งเร่งพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ให้กับเด็กและเยาวชนไทย
  • ป้ายนิเทศให้ความรู้ผู้ปกครองจัดได้บริเวณหน้าชั้นเรียนเช่น ข้อมูลจากนิตยสาร,เกร็ดความรู้สำหรับผู้ปกครอง เป็นต้น
  • การสนทนาการสร้างสายสัมพันธ์ที่ดีเพื่อผู้ปกครองและช่วยให้ความรู้ผู้ปกครอง

👉 รูปแบบการให้ความรู้ผู้ปกครองระดับสถานศึกษาได้เเก่ 

  • ห้องสมุดผู้ปกครอง
  • ป้ายนิเทศ
  • นิทรรศการ
  • มุมผู้ปกครอง                                 
  • การประชุม
  • จุลสาร
  • คู่มือผู้ปกครอง
  • ระบบอินเทอร์เนต

👉 สรุป รูปแบบการให้ความรู้ผู้ปกครอง สถานศึกษาสามารถจัดให้บริการแก่ผู้ปกครอง โดยมีข้อคิดสำคัญ คือ การคิดหาสื่อและช่องทางที่จะให้ความรู้ต่างๆ ถึงผู้ปกครองอย่างทั่งถึง รวดเร็ว และมีการตอบกลับเพื่อให้สถานศึกษาได้รับรู่ว่าผู้ปกครองตระหนักถึงบทบาทของตนเองต่อการมีส่วนร่วมในการพัฒนาเด็ก


คำถามท้ายบท

1. รูปแบบการให้ความรู้ผู้ปกครองระดับชั้นเรียน ครูประจำชั้นควรพิจารณาในการเลือกรูปแบบใดบ้าง จงอธิบาย พร้อมยกตัวอย่าง

ตอบ.คุณครูประจำชั้นสามารถเลือกใช้ได้ทุกรูปแบบ รูปแบบการสนทนาเป็นรูปแบบการให้ความรู้ผู้ปกครองที่เข้าถึงเเละตรงมากที่สุดเป็นการสร้างสายสัมพันธ์ที่ดีเพื่อผู้ปกครองช่วยในการให้ความรู้ผู้ปกครอง

2. รูปแบบการให้ความรู้ผู้ปกครองระดับสถานศึกษามีรูปแบบใดบ้างจงอธิบาย พร้อมยกตัวอย่าง

ตอบ.1.ห้องสมุดผู้ปกครอง เป็นสถานที่เก็บรวบรวมข้อมูลเอกสารต่างๆ เป็นเเหล่งเรียนรู้ การให้บริการ เผยแพร่ ความรู้ ข้อมูล ข่าวสารเช่น ห้องสมุด

2. ป้ายนิเทศ จัดเพื่อให้ความรู้และข้อมูลข่าวสารแก่ผู้ปกครองทั้งสถานศึกษา ลักษณะของป้ายประกอบไปด้วย ภาพ
ตัวอักษร ของจริง แผนภูม สถิติ เช่น ข่าวของสถานศึกษา ได่เเก่ การประชุม สัมนา กิจกรรม

3. นิทรรศการ เป็นรูปแบบที่เผยเเพร่ข้อมูลข่าวสารประชาสัมพันธ์ กิจกรรมของสถานศึกษา เช่นภาพถ่าย,สถิติ,หุ่น,ผลงานเด็ก เป็นต้น

4. มุมผู้ปกครอง เป็นบริเวณสถานศึกษาจัดให้บริการเเก่ผู้ปกครองในระหว่างการเยี่ยมชมโรงเรียน การรอรับ-ส่งเด็ก
เช่น ผู้ปกครองและเด็กได้ทำกิจกรรมร่วมกันตามความเหมาะสมในระยะเวลาสั้นๆ ได้เเก่ อ่านหนังสือ ชมผลงานเด็กๆ

5. การประชุม กิจกรรมหลักของสถานศึกษาที่สามารถใช้เผยเเผร่ข้อมูล ข่าวสาร เช่น การเเถลงนโยบายการจัดการศึกษาของสถานศึกษา

6. จุลสาร เป็นลักษณะสิ่งพิมพ์ เพื่อเผนแพร่ข้อมูลข่าวสารในทุกๆด้าน เช่น เนื้อหาในจุลสาร จัดรูปเล่มน่าสนใจภาพประกอบสวยงาม

7. คู่มือผู้ปกครอง เอกสารข้อมูลของสถานศึกษา จัดพิมพ์เป็นรูปเล่มเหมือนหนังสือทั่วไป เช่น หนังสือคู่มือนักเรียนเเละ ผู้ปกครอง

8. ระบบอินเทอร์เนต เครื่องมือในการสื่อสาร เวทีเเลกเปลี่ยนความคิดเห็น ใช้เพื่อการเรียนการสอนและเวิลด์ไวด์เวป (www.)บริการให้ความรู้ผู้ปกครองผ่านระบบอินเทอร์เนต

3. นักศึกษามีวิธีการหรือแนวทางแก้ปัญหาผู้ปกครองที่ไม่ให้ความร่วมมือในการเข้าร่วมโครงการหรือกิจกรรมให้ความรู้ผู้ปกครอง จงอธิบาย

ตอบ.พูดคุยกับผู้ปกครองตอนมารับลูกหลังเลิกเรียนเเจ้งเหตุผลที่ต้องเข้าร่วมโครงการหรือทำกิจกรรมให้กับผู้ปกครองได้ทราบว่าการจัดทำโครงการเเละกิจกรรมขึ้นมาเพื่อให้ผู้ปกครองได้รับความรู้ในการพัฒนาลูก

4. การจัดกิจกรรมการให้ความรู้เเก่ผู้ปกครองมีความสำคัญและจำเป็นอย่างไรจงอธิบาย

ตอบ.มีความสำคัญเเละจำป็นเพื่อให้ผู้ปกครองได้รับความรู้ในการพัฒนาลูก และผู้ปกครองตระหนักในหน้าที่ของตนเองในการมีส่วนร่วมและทำให้การศึกษาระหว่างบ้านเเละสถานศึกษามีความเข้าใจตรงกัน

5. รูปแบบการให้ความรู้เเกผู้ปกครองมีประสิทธิภาพ มีลักษณะของรูปแบบอย่างไร จงอธิบายพร้อมแสดงความคิดเห็น

ตอบ. การสนทนากับผู้ปกครองเป็นการแลกเปลี่ยนความรู้ ความคิดเห็น เพื่อเป็นเเนวทางในการพัฒนาเด็กและเป็นการสร้างสายพันธ์ที่ดี


การประเมิน

ประเมินตนเอง : ตั้งใจเรียน เข้าเรียนตรงเวลา แต่งกายถูกระเบียบค่ะ

ประเมินเพื่อน : เพื่อนๆมีความสุขกับการเรียนค่ะ

ประเมินอาจารย์ : อาจารย์สอนอธิบายเนื้อหาได้เข้าใจมีค่ะ





วันจันทร์ที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2562

บันทึกครั้งที่ 6



         วันพฤหัสบดีที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2562    
เวลา(14.30-15.30)

ความรู้ที่ได้รับ

👉 อาจารย์อธิบายคำศัพท์ที่เกี่ยวข้องกับรายวิชา

👉 อาจารย์อธิบายเนื้อหาหัวข้อเรื่อง โครงการการให้ความรู้ผู้ปกครองในเเละต่างประเทศ

👉 โครงการ การให้ความรู้แก่ผู้ปกครองในประเทศไทย

👉 โครงการแม่สอนลูก

👉 การพัฒนารูปแบบการให้ความรู้แก่ผู้ปกครองในการอบรมเลี้ยงดูเด็กต่ำกว่า 3 ปี ผ่านโรงพยาบาลชุมชนและสถานีอนามัย

👉 โครงการ พัฒนาความคิดสร้างสรรค์ในเด็กไทย

👉 โครงการรณรงค์ประชาสัมพันธ์เพื่อเสริมสร้างความเข้มเเข็งของครอบครัว"บ้านล้อมรัก"

👉 โครงการหนังสือเล่มแรก (Book start Thailand)

👉 โครงการพัฒนาเด็กโดยครอบครัว

👉 โครงการ การให้ความรู้ผู้ปกครองในต่างประเทศ

👉 โครงการ การให้ความรู้พ่อแม่ผู้ปกครองในประเทศอิสราเอล

👉 โครงการศูนย์ส่งเสริมประสบการณ์เด็กปฐมวัยที่เรียกว่า ALEH (Eary Childhood Enrichment Center)

👉 โครงการเสนอแนะให้เเม่สอนลูก เลี้ยงลูกอย่างไรให้ถูกวิธี

👉 โครงการพัฒนาความคิดสร้างสรรค์สำหรับผู้ปกครองและเด็ก

👉 โครงการให้ความรู้ผู้ปกครองในประเทศสหรัฐอเมริกา

👉 โครงการศูนย์ข้อมูลพ่อแม่

👉 โครงการ เฮดสตาร์ท (Head Start)

👉 โครงการ โฮมสตาร์ท (Home Start Program )

👉 โครงการสมาร์ท สตาร์ท (Smart Start)

👉 โครงการ Brooklyne Early Childhood

👉 โครงการให้ความรู้ผู้ปกครองในประเทศนิวซีแลนด์

👉 โครงการ เพลย์เซ็นเตอร์

👉 โครงการให้ความรู้แก่ผู้ปกครองในการจัดการศึกษาของโรงเรียน

👉 โครงการ"พ่อแม่คือครูคนแรก" (Parents as First Teachers)

👉 โครงการให้ความรู้พ่อแม่ผู้ปกครองประเทศออสเตรเลีย

👉 โครงการ บุ๊คสตาร์ทในประเทศอังกฤษ(Bookstart U k)

👉 "ถุงบุ๊คสตาร์ท"

👉 โครงการ บุ๊คสตาร์ทในประเทศญี่ปุ่น(Bookstart Japan)


👉 สรุป จากโครงการการให้ความรู้ผู้ปกครองทั้งในและต่างประเทศที่ได้ยกตัวอย่างมานั้น ทุกประเทศให้ความสำคัญในเรื่องของการพัฒนาเด็กตั้งเเต่เด็กปฐมวัย ซึ่งมีความสำคัญ เป็นวัยแห่งการเริ่มต้นที่ดีของชีวิต พ่อแม่ผู้ปกครองจึงต้องเป็นผู้ที่มีความพร้อมและมีคุณภาพในการดูแลเด็ก เพื่อให้เด็กได้เป็นทรัพยากรที่มีคุณค่าของประเทศ


คำถามท้ายบท

1.ในการดำเนินโครงการให้ความรู้แก่พ่อแม่ผู้ปกครองทั้งในและต่างประเทศมีเป้าหมายร่วมกันอย่างไร


  • ตอบ.ยึดหลักความร่วมมือระหว่างบ้าน โรงเรียน ชุมชนและสังคมจากภาครัฐและเอกชน เพื่อเป็นการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพการศึกษาเด็กปฐมวัยให้ไปในทิศทางเดียวกัน

2. นักศึกษามีเเนวคิดอย่างไรที่จะสนับสนุนให้โครงการการให้ความรู้เเก่ผู้ปกครองประสบผลสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรม จงอธิบาย

  • ตอบ.เด็กที่ไม่ชอบอ่านหนังสือส่งเสริมด้วยการที่พ่อแม่หรือผู้ปกครองอ่านหนังสือนิทานให้ลูกฟังหรือเปิดยูทูปนิทานสนุกๆให้ลูกได้ดูได้ฟังทุกวันก่อนนอนหรือเวลาว่างจะเป็นการทำให้เด็กได้ซึมซับภาพ เสียงของนิทานทุกๆวันจะทำให้เด็กอยากอ่านหนังสือเเละสนใจมากขึ้น

3. ในฐานะที่นักศึกษาจะเป็นผู้ให้ความรู้เเก่พ่อแม่ผู้ปกครองเด็กปฐมวัยในอนาคต จงยกตัวอย่างขององค์ความรู้หรือเรื่องที่ต้องการจะถ่ายทอดให้กับพ่อแม่ผู้ปกครองเพื่อใช้ในการเลี้ยงดูเด็ก มา 5 เรื่อง พร้อมอธิบายเเละยกตัวอย่างประกอบ


  • ตอบ.1.กิจกรรมที่ส่งเสริมพัฒนาการทั้ง 4 ด้าน ด้านร่างกาย ด้านอารมณ์-จิตใจ ด้านสังคม ด้านสติปัญญา เด็กปฐมวัยสามาถเล่นกิจกรรมอะไรได้บ้างควรคำนึงถึงความเหมาะสมและความปลอดภัยด้านใดบ้าง
  • 2.ส่งเสริมให้เด็กปฐมวัยรักการอ่านคือการที่พ่อแม่หรือผู้ปกครองหานิทานสนุกๆมาเล่าให้ฟังหรือเปิดยูทูปกิจกรรมเช่น ทุกก่อนเข้านอนคุณพ่อคุณแม่มีนิทานมาเล่าให้ลูกฟังทุกวัน
  • 3.การปฏิบัติกิจวัตรประจำวันของเด็กปฐมวัยการที่พ่อเเม่คอยแนะนำการเเต่งตัวหรือการเก็บสิ่งของให้ลูกดูก่อนจนลูกสามารถทำได้ด้วยตนเองโดยไม่ต้องบอกหรือช่วยเหลือ กิจกรรมเช่น การเเต่งตัวชุดนักเรียน
  • 4.ปลูกฝังเด็กปฐมวัยด้านคุณธรรมการที่พ่อเเม่เปิดนิทานสอนคุณธรรมให้ดูเเละสอนลูกอธิบายให้ลูกเข้าใจกิจกรรมเช่น เเสดงบทบาทสมมุติสถานการณ์ให้ลูกดูว่าถ้าทำผิดแบบนี้ไม่ดีอย่างไรอธิบายให้ลูกฟัง
  • 5.การเเก้ไขพฤติกรรมก้าวร้าวของเด็กปฐมวัยการให้พ่อเเม่ผู้ปกครองพูดอธิบายให้ลูกฟังจนลดพฤติกรรมก้าวร้าวนั้นลงกิจกรรมเช่น เมื่อลูกลดพฤติกรรมอาการก้าวร้าวเเล้วชวนลูกทำกิจกรรมเพื่อให้ผ่อนคลายเช่น ทำอาหาร หรือพาไปเที่ยว อ่านนิทาน

4.การให้ความรู้ผู้ปกครองสามารถส่งผลต่อพฤติกรรมเด็กหรือไม่อย่างไรจงอธิบาย


  • ตอบ.ส่งผลกับเด็กเพราะทุกพฤติกรรมของพ่อเเม่หรือผู้ปกครองที่เเสดงออกมาเมื่อเด็กเห็นจะเกิดการทำตามหรือเลียนเเบบพฤติกรรมทั้งที่เป็นพฤติกรรมดีเเละพฤติกรรมไม่ดีเช่น การพูดจาที่สุภาพของพ่อเเม่เมื่อลูกฟังทุกวันจะเกิดการซึมซับคำพูดที่สภาพตามพ่อเเม่

5.นักศึกษาจะมีวิธีในการติดตามผลการให้ความรู้เเก่ผู้ปกครองอย่างไร จงอธิบาย

  • ตอบ.การพูดคุยกับพ่อแม่หรือผู้ปกครอง การเยี่ยมบ้านเพื่อสอบถามพฤติกรรมหลังจากได้รับความรู้ไปแล้วว่าพฤติกรรมของลูกมีการเปลี่ยนแปลงอย่างไร

การประเมิน

ประเมินตนเอง : ตั้งใจเรียน เข้าเรียนตรงเวลา แต่งกายถูกระเบียบค่ะ

ประเมินเพื่อน : เพื่อนๆมีความสุขกับการเรียนค่ะ

ประเมินอาจารย์ : อาจารย์สอนอธิบายเนื้อหาได้เข้าใจมีค่ะ



บันทึกครั้งที่ 5


วันพฤหัสบดีที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2562
เวลา (14.30-15.30 )

ความรู้ที่ได้รับ

👉 อาจารย์ไม่สบาย จึงมอบหมายให้นักศึกษาอ่านและทำความเข้าใจกับเนื้อหาบทที่ 4 โครงการการให้ความรู้ผู้ปกครองในและต่างประเทศ




วันพฤหัสบดีที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2562

บันทึกครั้งที่ 4



วันพฤหัสบดีที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2562
เวลา(14.30-15.30)


กิจกรรมการเรียนการสอน

👉 อาจารย์ให้เล่นเกมทายคำ และเกมที่หลากหลายเกี่ยวกับภาษา



ความรู้ที่ได้รับ


👉 อาจารย์อธิบายคำศัพท์ที่เกี่ยวข้องกับรายวิชา

👉 อาจารย์อธิบายเนื้อหาหัวข้อเรื่อง การสื่อสารกับผู้ปกครองเด็กปฐมวัย

👉 ความหมายการสื่อสาร

👉 ความสำคัญของการสื่อสาร


👉 รูปแบบการสื่อสาร

👉 องค์ประกอบของการสื่อสาร

👉 ผู้ส่งสารเเละผู้รับสาร


👉 สื่อ

👉 สาร

👉 วัตถุประสงค์ของการสื่อสาร

👉 ประเภทของการสื่อสาร

👉 การสื่อสารระหว่างบุคคล

👉 การสื่อสารสาธารณะ

👉 การสื่อสารมวลชน

👉 การสื่อสารในครอบครัว

👉 การสื่อสารในโรงเรียน

👉 การสื่อสารในวงสังคมทั่วไป

👉 ธรรมชาติเเละพฤติกรรมการเรียนรู้ของผู้ปกครอง

👉 พฤติกรรมการเรียนรู้ของผู้ปกครอง

👉 อุปสรรคที่สำคัญของการสื่อสาร

👉 7 c การสื่อสารที่ดี

👉 คุณธรรมในการสื่อสาร

👉 คุณธรรมที่สำคัญในการสื่อสาร

👉 วิธีการสร้างสัมพันธ์ที่ดีกับผู้ปกครอง

👉 สรุปการสื่อสาร

 การสื่อสารที่ดีและมีประสิทธิภาพเป็นวิธีหนึ่งที่จะช่วยให้งานการให้ความรู้ผู้ปกครองประสบผลสำเร็จ


คำถามท้ายบท



1. จงอธิบายความหมายและความสำคัญของการสื่อสารมาโดยสังเขป

ตอบ. การสื่อสาร หมายถึง กระบวน
การส่งข่าวสาร ข้อมูล  จากผู้ส่งข่าวสารไปยังผู้รับข่าวสาร มีวัตถุประสงค์เพื่อชักจูงให้ผู้รับข่าวสารมีปฏิกิริยาตอบสนองกลับมา โดยคาดหวังให้เป็นไปตามที่ผู้ส่งต้องการ
ความสำคัญของการสื่อสาร
  • ทำให้ได้รับรู้และเข้าใจถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในสีงคม
  • ทำให้เกิดความเข้าใจที่ตรงกันทั้ง 2 ฝ่าย
  • ทำให้สร้างมิตรภาพที่อบอุ่น
  • ทำให้เกิดภาพแห่งความพอใจ
  • ช่วยในการพัฒนาอัตมโนทัศน์
2. การสื่อสารมีความสำคัญกับผู้ปกครองอย่างไร

ตอบ. ช่วยให้งานการให้ความรู้ผู้ปกครองประสบผลสำเร็จ เเละผู้ปกครองเกิดความศรัทธา เชื่อมันและมีความอบอุ่นว่าสถานศึกษาจะมีความสมบูรณ์แบบ

                                                                                              
3. รูปแบบการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพในการให้ความรู้ผู้ปกครอง ควรเป็นรูปแบบใด จงอธิบายพร้อมยกตัวอย่าง

ตอบ. การสื่อสารสองทาง คือการสื่อสารที่มีการส่งข่าวสารตอบกลับไปมานะหว่างผู้สื่อสาร ผู้สงสารแต่ละฝ่ายจึงเป็นผู้ส่งเเละผู้รับในขณะเดียวกัน ผู้สื่อสารมีโอกาสทราบปฏิกิริยาตอบสนองกับสถานการณ์
ตัวอย่างการสื่อสาร เช่น การพบปะการพูดคุยกัน การพูดโทรศัพท์

4. ธรรมชาติเเละการเรียนรู้ของผู้ปกครองควรมรลักษณะอย่างไร

ตอบ. เรียนรู้ได้ดีในเรื่องของการพัฒนาเด็ก

  • เรียนรู้ได้ดีในสภาพแวดล้อม
  • มีความแปลกใหม่และมีประโยชน์ต่อเด็ก
  • เรียนรํได้ดีจากการฝึกปฏิบัติ
  • เรียนรู้ได้ดีจากบรรยากาศ
  • ได้รับความต่อเนื่องในการเรียนรู้ที่ละขั้นตอน
  • เรียนรู้ได้ดีจากสื่อและอุปกรณ์ที่หลากหลาย
5. ปัจจัยที่ช่วยสนับสนุนพฤติกรรมการเรียนรู้สำหรับผู้ปกครอง เพื่อให้ผู้ปกครองมีความเข้าใจเกี่ยวกับการศึกษาของเด็ก ประกอบด้วยปัจจัยด้านใดบ้าง

ตอบ. ความพร้อม

  • ความต้องการ
  • อารมณ์และกานปรับตัว
  • การจูงใจ
  • การเสริมแรง
  • ทัศนคติและความสนใจ
  • ความถนัด
การประเมิน

ประเมินตนเอง: ตั้งใจเรียน เข้าเรียนตรงเวลา แต่งกายถูกระเบียบค่ะ



ประเมินเพื่อน: เพื่อนๆมีความสุขกับการเรียนและเล่นเกมค่ะ



ประเมินอาจารย์: อาจารย์สอนอธิบายเนื้อหาได้เข้าใจมีค่ะ




บันทึกครั้งที่ 14

วันพฤหัสบดีที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562 เวลา(12.30-15.30) กิจกรรมการเรียนการสอน 👉 อาจารย์ให้นักศึกษาแต่ละกลุ่ม มานำเสนอหลังจากท...